new Element("img", {"src":"http://th.effectivemeasure.net/em_image", "style":"position:absolute; left:-5px;"}).inject($(document.body)); //]]>
 

ชาวจามในประเทศไทย

แม้ว่าจะมีชาวจามเพียงแค่ประมาณ 4,000 คนอาศัยอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย โดยครึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เฉกเช่นเดียวกับชาวมอญ ชาวจามเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องย้ำเตือนถึงมรดกอันล้ำค่าของอาณาจักรจามซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 735 จนถึงปี 2014 ซึ่งในท้ายที่สุดถูกชาวเวียดนามที่มุ่งหน้าลงใต้บุกเข้าตีพิชิตชัย ซากปรักหักพักของอาณาจักรจามในเวียดนามเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเวียดนาม และผู้ที่ไปเที่ยวชมอังกอร์จะได้ชมภาพการต่อสู้สงครามระหว่างเขมรกับจามซึ่งวาดประดับไว้บนกำแพงบายน

อาณาจักรจำปาสูญสลายไปเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 17 ชาวจามจำนวนมากเดินทางออกจากเวียดนามเพื่อไปตั้งถิ่นฐานในกัมพูชา ซึ่งเป็นการเดินเข้าไปหาความตายจากการสังหารหมู่ของเขมรแดงในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 ภาษาจามเป็นภาษาแขนงจามิกในกลุ่มภาษาออสโตร-เอเชียติก อย่างไรก็ตาม ชาวจามมีตัวอักษรเป็นของตนเองโดยยึดหลักมาจากตัวอักษรสันสกฤตของอินเดีย



ความเชื่อของชาวจาม

แรกเริ่มเดิมทีชาวจามนับถือศาสนาฮินดู ดังที่สะท้อนให้เห็นได้จากศิลปะและสถาปัตยกรรมของชาวจาม ในปัจุบันนี้ชาวจามเป็นมุสลิมนิกายซุนนีห์ในสำนักชาฟีอีย์ โดยที่การสืบเชื้อสายของชาวอิสลามจะเป็นไปตามความเชื่อและพิธีกรรมของชาวพุทธ-ฮินดู และเป็นที่ปฏิบัติอย่างแพร่หลายของชาวมุสลิมมาเลย์ ศาสนาอิสลามแพร่เข้ามาในจำปาเมื่อปี 1573 ชาวจามยังบูชาธรรมเนียมปฏิบัติของบรรพบุรุษด้วย ตามประเพณีดั้งเดิมชาวจามยึดถือธรรมเนียมเครือญาติสายแม่ โดยสืบทอดเชื้อสายผ่านทางครอบครัวฝ่ายหญิง แต่ในปัจจุบันนี้หลักปฏิบัติของมุสลิมเข้ามามีอิทธิพล ดังนั้นโครงสร้างผู้ชายเป็นใหญ่จึงเด่นชัด



จิตรกรรมฝาผนังในอังกอร์แสดงภาพที่ชาวจามเอาชนะชาวเขมรได้ในปี 2011

จิตรกรรมฝาผนังในอังกอร์แสดงภาพที่ชาวจามเอาชนะชาวเขมรได้ในปี 2011