อังกอร์ กัมพูชา
- อังกอร์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อังกอร์หมายถึงกลุ่มอนุสรณ์สถานโบราณของเขมรซึ่งตั้งอยู่ในเขตเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา การไปเที่ยวชมอังกอร์นั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 หรือ 4 วันในการขับรถไปและสำรวจชมสถานที่ 45 จุดในบริเวณใกล้เคียง เสียมเรียบเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุดและมีสนามบินด้วย
แผนที่อังกอร์พร้อมด้วยชื่ออนุสรณ์สถานที่สำคัญและลิงค์
อังกอร์ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกแห่งหนึ่งด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
- “หลักเกณฑ์ที่ 1 อังกอร์แสดงให้เห็นถึงศิลปะของเขมรทุกแขนงในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 ถึง 14 และรวมถึงผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ (เช่น อังกอร์วัด บายน บันทายศรี)
- หลักเกณฑ์ที่ 2 ศิลปะเขมรซึ่งได้พัฒนาขึ้น ณ อังกอร์นั้น มีอิทธิพลอย่างยิ่งในหลายประเทศแถบตะวันออกเฉียงใต้ และมีบทบาทสำคัญยิ่งในวิวัฒนาการอันโดดเด่นของเขมร
- หลักเกณฑ์ที่ 3 อาณาจักรเขมรในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 ถึง 14 ได้ครอบคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นวงกว้าง และเป็นการปูรากฐานของการพัฒนาการเมืองและวัฒนธรรมในภูมิภาคแห่งนี้ สิ่งที่หลงเหลืออยู่ของอารยธรรมดังกล่าวล้วนเป็นมรดกอันล้ำค่าในการก่อสร้างด้วยอิฐและหินซึ่งเป็นที่นิยมกันแพร่หลาย
- หลักเกณฑ์ที่ 4 สถาปัตยกรรมเขมรส่วนใหญ่พัฒนาขึ้นจากอนุทวีปอินเดีย ซึ่งเพียงไม่นานก็เริ่มมีความโดดเด่นอย่างชัดเจน โดยมีการพัฒนาลักษณะพิเศษเฉพาะตัวขึ้น ผลที่ได้คือการผสมผสานทางความงามรูปแบบใหม่ในศิลปะและสถาปัตยกรรมตะวันออก
- สถาปัตยกรรมทางศาสนาของเขมรมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเทคนิคและรูปแบบการสร้างวัดวาอารามในสมัยต่อมา โดยเห็นได้จากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยและลาว อนุสรณ์สถานอังกอร์ยังแสดงแสนยานุภาพของอาณาจักรเขมรในด้านภูมิศาสตร์อีกด้วย นครแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในแง่ของสังคมและเศรษฐกิจ แผนผังของหัวเมืองต่างๆ เป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่าภายในอาณาจักรเขมรนั้น สังคมมีความเป็นระเบียบสูง โดยมีปัจจัยหนึ่งที่ยิ่งตอกย้ำให้เห็นเด่นชัด นั่นคือ หลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีระบบชลประทาน”
สถาปัตยกรรมเขมร ณ อังกอร์
- ทั้งอาณาจักรเขมรถูกควบคุมด้วยความเชื่อตามศาสนาฮินดู โหราศาสตร์ และการบวงสรวงพระเจ้าและเทวราชาของตน บทบาทของสถาปัตยกรรมคือเพื่อแสดงความเชื่อเหล่านี้ให้แก่ผู้ที่เชื่อถือและบังคับใช้ระบบดังกล่าวกับผู้ที่ยอมศิโรราบต่อระบบนี้
- สถาปัตยกรรมของเขมรตั้งอยู่บนพื้นฐานของระบบอย่างหนึ่งโดยที่แนวเขตแดน แกน และตัวแปรทางสถาปัตยกรรมอื่นๆ มีหน่วยวัดหรือขนาดโดยขึ้นอยู่กับขนาดของวัตถุและมีการแบ่งแยกภายใน (กล่าวคือ จะแบ่งส่วนประกอบออกเป็นส่วนย่อยๆ ตามหลักตรรกะ โดยที่แต่ละส่วนจะสามารถวัดขนาดได้จากสิ่งปลูกสร้างทั้งหลัง) แต่สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้แฝงไปด้วยแนวความคิดเกี่ยวกับปฏิทินและจักรวาลวิทยาด้วย
- แนวความคิดเรื่องวัฎจักรและวัฎจักรย่อย (ดาราศาสตร์) ระบบและระบบย่อย (สถาปัตยกรรม) ความสัมพันธ์กันระหว่างวัฏจักรต่างๆ (ดาราศาสตร์) กับระบบต่างๆ (สถาปัตยกรรม) และการคำนวณเลขคณิตซึ่งส่งผลให้เกิดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเวลา ไม่ว่าจะเป็นยุคของเวลา วัฎจักรเวลา หรือวันที่ ซึ่งถูกนำไปใช้งานร่วมกันระหว่างนักดาราศาสตร์และสถาปนิกของเขมรทั้งในเรื่องของระเบียบวิธีการและการปฏิบัติ
- แม้ว่าเราจะสามารถคำนวณหาตำแหน่งของดาวเคราะห์และดวงดาวต่างๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตรีโกณมิติในดาราศาสตร์ของเขมร แต่เห็นได้ชัดว่าบางวัดมีการคำนวณหามุมอย่างละเอียดระหว่างตัวอาคาร พระจันทร์และพระอาทิตย์ ตลอดจนจุดสังเกตการณ์ภายในวัด และในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง 6 ดาราศาสตร์ของอินเดียก็ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในกัมพูชา รวมถึงองค์ความรู้ที่มีการบันทึกครั้งแรกโดยชาวกรีกและโรมันโบราณด้วย
ความเชื่อเรื่องตำนาน โหราศาสตร์ สถาปัตยกรรม พระยานาคและอังกอร์ของเขมร
- เช่นเดียวกับ
สิงห์และกลุ่มดาวสิงโตที่เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์และยามกลางวัน ส่วนพระยานาคก็เป็นสัญลักษณ์ของยามค่ำคืนและโลกแห่งดวงจันทร์ ความสำคัญของสิ่งนี้ได้สะท้อนอยู่ในตำนานที่กัมพูชา (เขมร) ได้สร้างขึ้นและในประเพณีของกษัตริย์เขมรที่ได้รับการเทิดทูนที่ผสานรวมชนเผ่ากษัตริย์ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เข้าด้วยกันและเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ (ประเพณีนี้สืบทอดมาจากอินเดีย)
- ต้นกำเนิดตำนานของเขมรได้จารึกไว้บนศิลาโบราณและได้บอกเล่าเรื่องราวเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 7ว่ามีฤษีในตำนานตนหนึ่งชื่อว่า กัมพูสวยามภูวา (ชาวอินเดีย) ได้ครองคู่กับมีร่า ซึ่งเป็นธิดาของพระศิวะ เจ้าแห่งสามโลก ซึ่งพระศิวะได้มอบมิราให้แก่กัมพูเป็นของกำนัล เนื่องจากพระศิวะต้องการสร้างอาณาจักรที่เพียบพร้อมสมบูรณ์ที่ซึ่งพระองค์จะได้ทอดพระเนตรด้วยตาทั้ง 3 ดวงของพระองค์ และเพื่อให้เชื้อสายของพระองค์เจริญรุ่งเรืองและมีความเป็นเลิศ และเพื่อที่พระองค์จะได้เป็นพันธมิตรกับชนเผ่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
เทคนิคเคล็ดลับเมื่อเดินทางไปเที่ยวชมอังกอร์
- เราได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับความน่าสนใจของสถานที่แต่ละแห่งในการวางแผนไปเที่ยวชมไว้ในที่นี้ เนื่องจากว่าคุณอาจพลาดสถานที่สำคัญๆ ไปได้ง่ายๆ หากปล่อยให้ไกด์นำเที่ยวเป็นคนตัดสินใจ เพื่อให้คุณไปเที่ยวชมได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น เราจึงได้จัดอันดับความสำคัญของอนุสรณ์สถานแต่ละแห่งเพื่อช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวได้ภายในกรอบเวลาของคุณเอง
- สำหรับการถ่ายรูป คุณควรวางแผนโปรแกรมทัวร์ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์และแสงที่ตกกระทบทั้ง 4 ด้านของวิหารด้วย ดวงอาทิตย์และแสงมีผลต่อวิหารหินและงานศิลปะเหล่านี้เป็นอย่างมาก ในความเป็นจริงแล้ว ชาวเขมรโบราณได้ออกแบบสถาปัตยกรรมและงานศิลปะไว้มากมายสำหรับชมในช่วงเวลาต่างๆ ขึ้นอยู่กับมุมและแสงตกกระทบจากดวงอาทิตย์
- การจะไปเที่ยวชมอังกอร์นั้น จะต้องทำการค้นคว้าข้อมูลและวางแผนเสียก่อน บริษัททัวร์เขาจะพาคุณไปชมเฉพาะในสิ่งที่เขาอยากโชว์ภายในเวลาจำกัด และก็ไม่ค่อยพาไปชมจุดที่สำคัญจริงๆ และบ่อยครั้งมักจะพลาดจุดที่น่าสนใจสำคัญๆ ด้วย คุณอาจแบ่งแผนการเดินทางออกเป็น (1) เมืองอังกอร์ธมภายในกำแพงและอนุสรณ์สถานที่อยู่ภายในนั้น (2) อนุสรณ์สถานที่สำคัญๆ ทางตะวันออกของอังกอร์ธม (3) ซากปรักหักพังของ
บันทายศรีและทางตอนเหนือของอังกอร์ธม (4) อังกอร์วัดซึ่งมีความสำคัญมากที่สุดทางตอนใต้ของอังกอร์ธม (5) อนุสรณ์สถานที่สำคัญอื่นๆ ทางตอนใต้ของอังกอร์ธมหากมีเวลาเหลือ (6) อนุสรณ์สถานที่รูโลสทางตะวันออกเฉียงใต้ของเสียมเรียบ