new Element("img", {"src":"http://th.effectivemeasure.net/em_image", "style":"position:absolute; left:-5px;"}).inject($(document.body)); //]]>
 

ปราสาทบายนภายในกำแพงเมืองนครธม

Bayon Temple Mural Angkor Cambodia Mural in Stone Bayon Temple Cambodia

  • ปราสาทบายนในนครธมนั้นเป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดเป็นลำดับที่สองที่ควรมาเที่ยวชมเมื่อมาเยือนอังกอร์ สร้างขึ้นเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปราสาทบายนสร้างขึ้นจากหินทรายและเป็นสัญลักษณ์ของเขาพระสุเมรุ เมื่อมองจากด้านนอก จะแลดูคล้ายกับเขาวงกต แต่ความจริงแล้ว ลักษณะของปราสาทบายนนั้นสร้างขึ้นตามแบบแผนของยันตระ ซึ่งเป็นเรขาคณิตของพุทธศาสนาของอินเดีย เป็นสัญลักษณ์ของมันดาล่า หรือรูปวงกลมอันเป็นสัญลักษณ์แทนจักรวาลและพลังศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดู
  • ปราสาทบายนมี 3 ชั้น ชั้นแรกมีประตู 8 บาน และระหว่างแต่ละประตูมีภาพนูนต่ำประดับอยู่บนกำแพง ภาพแกะสลักนูนต่ำเหล่านี้นับว่ามีความงดงามมากที่สุดในอังกอร์ โดยจะใช้เวลาในการเดินชมหลายชั่วโมง และหากมีความเข้าใจถึงประวัติศาสตร์และความเชื่อของเขมรมาล่วงหน้าแล้ว ก็จะช่วยให้เข้าใจงานศิลปะเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น 
  • ปราสาทบายนตั้งอยู่ใจกลางนครธม โดยตั้งอยู่ห่างจากประตูทิศใต้ไปทางทิศเหนือประมาณ 1.5 กิโลเมตร และตั้งอยู่ขนานกับประตูทิศเหนือ
  • จุดสำคัญๆ ที่ควรไปชม ได้แก่ (1) หอคอย 37 ยอด และใบหน้าทำจากหินทราย 216 หน้าบนยอดหอคอย (2) ประตูทางเข้าทางทิศตะวันออกและระเบียงคตรอบนอกซึ่งมีภาพปูนปั้นรูปวิถีชีวิตประจำวันและเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ (3) ระเบียงคตชั้นในซึ่งมีรูปนูนต่ำตามหลักเทวตำนานของฮินดู (4) ระเบียงคตชั้นบนซึ่งมีรูปปั้น พระโพธิสัตว์โลเกศวร มากมาย (5) หอคอยกลาง
  • งานศิลปะอื่นๆ ได้แก่ รูปเทพธิดา ภาพนูนต่ำรูปนางอัปสร และรูปปั้นหินรูปพญานาค และสิงห์ศิลปะเขมรซึ่งคอยปกปักษ์รักษาปราสาท



สถาปัตยกรรมและรูปแบบปราสาทบายนในนครธม

Bayon Temple Angkor Cambodia Bayon Temple Angkor Cambodia

เมื่อดูจากภายนอก สถาปัตยกรรมของปราสาทบายนอาจทำให้เกิดความสับสนได้ และข้อมูลดังต่อไปนี้จะช่วยให้ท่านทำความเข้าใจได้ดีที่สุด

ประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับปราสาทบายนมีดังต่อไปนี้
  • ปราสาทบายนหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
  • ปราสาทบายนตั้งอยู่ใจกลางนครธมพอดิบพอดี
  • ปราสาทบายนไม่มีกำแพง ไม่มีคูน้ำอยู่ใกล้ๆ เนื่องจากกำแพงและคูน้ำเป็นของนครธมโดยรวม ครอบคลุมเนื้อที่ 9 ตารางกิโลเมตร
(1) ปราสาทบายนเป็นวัดพุทธ ดังนั้น จึงมีใบหน้าของพระโพธิสัตว์แกะสลักจากหินจำนวน 216 ใบหน้าประดับอยู่บนยอดปราสาท ไม่มีเทพเจ้าฮินดูปรากฏอยู่ภายในเช่นเดียวกับปราสาทอื่นๆ ในอังกอร์ อย่างไรก็ดี มีรูปปั้นและภาพนูนต่ำที่บอกเล่าถึงตำนานและเทวตำนานและศาสนาฮินดูปรากฏอยู่มากมาย

(2) ปราสาทบายนมีลักษณะโครงสร้างดังต่อไปนี้
  • ปราสาทบายนมี 3 ชั้น ระเบียงคตชั้นนอกชั้นล่าง ระเบียงคตชั้นในบนชั้นหนึ่ง และระเบียงคตชั้นบน โดยมักจะเรียกว่าชั้นที่หนึ่ง ชั้นที่สอง และชั้นที่สาม (โดยไล่ระดับจากยอดสุดลงมาด้านล่าง)
ระเบียงคตชั้นนอกของปราสาทบายนประดับตกแต่งด้วย ภาพนู นต่ำ  
  • ส่วนใหญ่เป็นยุคช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 และบอกเล่าถึงเครื่องแต่งกาย เครื่องยุทธภัณฑ์ กลุ่มชาวต่างชาติ งานศิลปะ และเสื้อผ้า ฯลฯ
  • ควรซื้อคู่มือที่ละเอียดๆ ซึ่งอธิบายถึงรายละเอียดและสถานที่ตั้งของงานศิลปะเหล่านี้มาอ่าน แต่ต่อไปนี้จะเป็นบทนำเกี่ยวกับงานจิตรกรรมฝาผนัง
  • จากทิศตะวันออก และยังคงอยู่ในระเบียงคตฝั่งทิศตะวันออก อีกฝั่งหนึ่งของประตูนำไปสู่ลาน ตามด้วยภาพบ้านเรือนของชาวเขมร ชาวบ้านชาวเมืองบางส่วนเป็นพ่อค้าชาวจีนที่เข้ามาค้าขาย
  • ในมุมฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีฉากของปราสาทที่ยังสร้างไม่เสร็จ มีหอคอย นางอัปสร และศิวลึงค์
  • ฝั่งตะวันออกของระเบียงคตทางทิศใต้ มีรูปการทำศึกสงครามทางนาวีที่ทะเลสาบโตนเลสาบระหว่างกองทัพเขมรกับจาม ด้านล่างเป็นรูปเกี่ยวกับชีวิตของชาวบ้าน ตลาด การทำอาหารกลางแจ้ง การล่าสัตว์ รูปผู้หญิงกำลังเลี้ยงลูก และคนป่วยทุพพลภาพ 
  • ระเบียงคตทางทิศใต้ เมื่อผ่านประตูซึ่งนำไปสู่ลาน จะมีภาพเรือกับชาวประมง และมีเรือสำเภาจีนด้วย ด้านล่างเป็นรูปการชนไก่ และมีรูปพระราชวัง เจ้าหญิง ข้าทาสบริวาร คนกำลังคุยและเล่นเกมกัน มีนักมวยปล้ำ และภาพหมูป่าสู้กัน จากนั้นก็จะมีรูปการทำศึกสงคราม โดยกองทัพจามสละเรือมาต่อสู้กับนักรบของเขมรซึ่งสวมชุดเกราะป้องกัน จากนั้นก็จะมีรูปเขมรชนะสงคราม ตามด้วยรูปพระมหากษัตริย์ของเขมรเฉลิมฉลองชัยชนะกับบรรดาประชาชน
  • ในฝั่งตะวันตกของระเบียงคตทางทิศใต้ มีรูปขบวนทหารทั้งของเขมรและจาม ช้าง เครื่องยุทธสงครามต่างๆ เช่น หน้าไม้ยักษ์ และเครื่องยิงหิน
  • ทางด้านทิศใต้ของระเบียงคตฝั่งตะวันตก มีภาพนูนต่ำที่ยังไม่เสร็จเป็นรูปกองทัพทหารเดินฝ่าดงป่า จากนั้นจึงสู้รบกับกองกำลังเขมรกลุ่มต่างๆ
  • ในระเบียงคตทางทิศตะวันตก เมื่อเดินผ่านประตูซึ่งนำไปสู่ลานมาแล้ว จะมีภาพเหตุชุลมุนระหว่างนักรบเขมร ต่อจากนั้นก็เป็นภาพนักรบวิ่งไล่ล่ากันผ่านสระน้ำซึ่งมีปลาขนาดมหึมากำลังกินกวางตัวเล็กอยู่ จากนั้นก็จะมีภาพพระราชพิธีแห่ โดยมีพระมหากษัตริย์ยืนอยู่บนช้าง โดยมีเรือไฟศักดิ์สิทธิ์นำหน้า 
  • ในฝั่งตะวันตกของระเบียงคตทางทิศเหนือ มีภาพงานรื่นเริงต่างๆ ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เช่น นักกีฬา นักเล่นกล นักกายกรรม ขบวนพาเหรดสัตว์ มีนักพรตนักอยู่ในป่า และมีภาพสงครามระหว่างกองทัพเขมรกับจามเพิ่มเติม 
  • ในระเบียงคตทางทิศเหนือ เมื่อเดินผ่านประตูซึ่งนำไปสู่ลานมาแล้ว จะมีภาพกองทัพเขมรหลบหนีทหารชาวจามที่บุกเข้ามา
  • ในระเบียงคตฝั่งตะวันออก มีภาพการสู้รบบนบกระหว่างกองทัพเขมรกับจาม โดยขี่ช้างทั้งสองฝ่าย ซึ่งดูเหมือนว่าฝ่ายเขมรเป็นฝ่ายชนะ ระเบียงคตชั้นนอกปิดล้อมรอบลาน ซึ่งภายในมีห้องสมุด 2 แห่ง (อยู่ที่แต่ละด้านของประตูทางเข้าฝั่งตะวันออก) 
ระเบียงคตชั้นในของปราสาทบายนอยู่ระหว่างระเบียงคตชั้นนอกในชั้นล่างกับระเบียงคตชั้นบนซึ่งมี ใบหน้า แกะสลักประดับอยู่    
  • ระเบียงคตชั้นในอยู่สูงขึ้นมาจากพื้นหนึ่งชั้น ซึ่งเราจะเห็นว่ามีภาพนูนต่ำที่สร้างเพิ่มเติมหลังจากรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ซึ่งทรงเปลี่ยนปราสาทบายนจากศาสนาฮินดูมาเป็นศาสนาพุทธ
  • ระเบียงคตชั้นในอยู่สูงขึ้นมาจากพื้นหนึ่งชั้น ซึ่งเราจะเห็นว่ามีภาพนูนต่ำที่สร้างเพิ่มเติมหลังจากรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ซึ่งทรงเปลี่ยนปราสาทบายนจากศาสนาฮินดูมาเป็นศาสนาพุทธ 
  • ภาพนูนต่ำในระเบียงคตชั้นในบอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับศาสนาฮินดูทั้งสิ้น รูปที่เห็นในหน้านี้ มาจากเทวตำนานของอินเดีย รวมถึงมีนางอัปสรหลายตน มีเทพเจ้าของฮินดู 3 องค์ ได้แก่ พระวิษณุ พระพรหม และพระศิวะ และมีสิ่งมีชีวิตในตำนานอย่างครุฑและยักษ์อีกด้วย
  • นอกจากนั้นยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เกี่ยวข้องกับ การกวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นตำนานของศาสนาฮินดู และมีภาพเกี่ยวกับตำนานพระเจ้าขี้เรื้อนด้วย
  • ภาพจิตรกรรมฝาผนังในระเบียงคตชั้นใน มีไม่มากเท่าระเบียงคตชั้นนอก ซึ่งเราควรใช้เวลาเดินชมให้มากๆ หน่อย แต่ว่าระเบียงคตชั้นในอยู่ใกล้กับระเบียงคตชั้นบนซึ่งมีใบหน้าพระโพธิสัตว์แกะสลักอยู่ 
ยอดปราสาทบายนประกอบไปด้วยระเบียงคตชั้นบนและรูป ใบหน้า จำนวนมากมายที่แกะสลักอยู่บนยอดปราสาท
  • ยอดปราสาทบายนประกอบไปด้วยระเบียงคตชั้นบนและรูป ใบหน้า จำนวนมากมายที่แกะสลักอยู่บนยอดปราสาท แต่ละยอดมี 2, 3 หรือบางครั้งก็ 4 ใบหน้า โดยใบหน้าทั้งหมดนี้มีลักษณะเหมือนๆ กัน มีรอยยิ้มที่สงบเยือกเย็นและเหลือบมองลงมาเบื้องล่าง โดยมีชื่อว่า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (ดังที่ได้อธิบายไว้ด้านล่าง) 
  • มีหอคอยประธานอยู่ตรงกลาง และมีหอคอยขนาดเล็กๆ มากมายตั้งอยู่เรียงรายในระเบียงคตชั้นใน โดยอยู่เหนือทางเข้าหรือไม่ก็อยู่เหนือมุม และยังมีอยู่เหนืออุโบสถบนระเบียงคตชั้นบนอีกด้วย ไม่มีเหตุผลบันทึกไว้ว่าเหตุใดจึงมีหอคอยจำนวนมากมาย ในปัจจุบันนี้เหลืออยู่ 37 หอคอย แต่สมัยก่อนมีอยู่ถึง 49 หอคอย
  • เดิมทีหอคอยตรงกลางมีรูปร่างลักษณะเหมือนไม้กางเขน แต่ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นรูปทรงกลมอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ปราสาทบายนมีความสูงจากพื้นดิน 43 เมตร เมื่อตอนที่สร้างครั้งแรก หอคอยนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก โดยพญานาคตนนั้นชื่อว่า มุจลินท์ ซึ่งคอยปกปักษ์รักษาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ศาสนาฮินดูได้เผยแผ่เข้ามา และได้มีการทำลายสัญลักษณ์ต่างๆ ของพุทธศาสนา และได้อัญเชิญพระพุทธรูปศิลาองค์นี้ออกไปทำลายทิ้งที่บ่อน้ำใกล้ๆ จนกระทั่งชาวฝรั่งเศสเดินทางมาค้นพบเมื่อพ.ศ. 2476
  • ปราสามบายน รวมถึงประตูเมือง กำแพงเมือง และคูเมืองล้อมรอบนั้น มีลักษณะตามแบบของศาสนาฮินดูเขมร รูปใบหน้าแกะสลักบนปราสาทเหล่านี้ อาจจะเป็นรูปพระพักตร์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งถือว่าเป็นองค์สมมติเทพ ไม่ใช่พระพักตร์ของพระพุทธเจ้า และไม่ได้รูปแบบของงานพุทธศิลป์ซึ่งเป็นที่นิยมแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี ปราสาทบายนแห่งนี้เดิมที่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาโบราณของเขมรมาก่อน


Bayon Temple Angkor Cambodia Bayon Temple Angkor Cambodia

ศิลปกรรมและจิตรกรรมฝาผนังที่ปราสาทบายน นครธม

  • ปราสาทบายนมีระเบียงคตล้อมรอบ 2 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีภาพแกะสลักนูนต่ำบนกำแพงประดับอยู่มากมาย ระเบียงคตชั้นนอกในชั้นล่างแกะสลักเป็นฉากศึกสงครามในประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตประจำวันของชาวเขมรในยุคนั้น 
  • นอกจากนั้น ปราสาทบายนยังมีรูปปั้นหินรูปสิงห์และพญานาคแบบเขมรอีกด้วย
  • รูปนูนต่ำเหล่านี้มีความลึกมากกว่าที่นครวัด และรูปมีขนาดใหญ่กว่า โดยเป็นบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ เครื่องแต่งกาย เครื่องยุทโปกรณ์ชิ้นเยี่ยม และทำให้นักท่องเที่ยวมีสิ่งที่น่าสนใจให้เที่ยวชมมากมาย
  • เช่นเดียวกับงานศิลปะในยุคแรกๆ ส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จิตรกรยังไม่เข้าใจถึงมุมมอง ดังนั้น นักท่องเที่ยวจึงจะได้เห็นหินส่วนล่างแกะสลักเป็นพื้นหน้า ส่วนหินส่วนบนแกะสลักเป็นขอบเขตของสิ่งที่อยู่ไกลออกไป 
ความหมายของคำว่า โลเกศวร และ พระโพธิสัตว์  
  • นักท่องเที่ยวจากประเทศไทย จีน เกาหลี และญี่ปุ่นอาจจะรู้สึกว่าความหมายของศาสนาในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อธิบายไว้ในคู่มือท่องเที่ยวอังกอร์ ทำให้เกิดความสับสน เป็นเพราะว่าไปคัดลอกมาจากงานเขียนของคนอื่นที่ตีกรอบความคิดด้วยความหมายตามตัวอักษรและจินตนาการของตนเอง
  • คำอธิบายเรื่องใบหน้าแกะสลักบนปราสาทบายนก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง พระพุทธเจ้าเป็นผู้สั่งสอน ไม่ใช่พระเจ้า ซึ่งพระองค์สอนว่าโลกนี้ไม่มีพระเจ้า อย่างไรก็ดี มีหลายคนไม่อาจยอมรับคำสั่งสอนอันเรียบง่ายนี้ได้ เนื่องจากทำให้เกิดช่องว่างในโครงสร้างสังคมของตนเอง ซึ่งอาณาจักรเขมรก็เป็นเช่นเดียวกันนี้ 
  • ตามหลักแล้ว คำว่า โลเกศวร เป็นภาษาอินเดีย หมายถึง พระผู้เป็นเจ้าผู้ซึ่งมองลงมา ส่วน พระโพธิสัตว์ หมายถึง ผู้ซึ่งจะได้มาตรัสรู้เป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต เดิมทีคำนี้เป็นภาษาปาลี (ภาษาโบราณของอินเดีย) ซึ่งมาจากคำว่า โพธิสัตว์ ซึ่งมีความหมายถึงพระพุทธเจ้าก่อนที่พระองค์จะตรัสรู้ 
  • ดังนั้น คำว่า พระโพธิสัตว์ จึงหมายถึง ผู้ที่กำลังจะตรัสรู้ ในอีกนัยหนึ่งก็หมายถึง ผู้ที่มุ่งหมายที่จะตรัสรู้เห็นแจ้ง ในภาษาปาลี คำว่าพระโพธิสัตว์ยังหมายถึงผู้ที่ยังคงเวียนว่ายตายเกิดอีกด้วย
  • ประเด็นที่สำคัญอื่นๆ ก็คือว่า ใบหน้านี้ทุกหน้าจะเหมือนกัน และมีนักประวัติศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่า มีพระพักตร์ของพระชัยวรมันที่ 7 รวมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พระมหากษัตริย์ของเขมรจะให้แกะสลักรูปของพระองค์เองเป็นรูปพระพักตร์ของพระเจ้า ที่พิพิธภัณฑ์ Musee Guimet'' ในกรุงปารีส เป็นรูปจำลองของพระชัยวรมันที่ 7 ของเขมรซึ่งมีความคล้ายคลึงกับรูปใบหน้าที่ปราสาทบายนเป็นอย่างมาก 
  • ดังนั้นแล้ว นักท่องเที่ยวที่เป็นชาวพุทธสมัยใหม่อาจเกิดข้อสงสัยขึ้นว่า ปราสาทบายนเป็นวัด พุทธ แบบไหนกันแน่
  • พุทธศาสนานิกายเถรวาทอย่างเช่นในประเทศไทย จะไม่บูชาพระโพธิสัตว์ของนิกายมหายาน  สำหรับนิกายเถรวาทแล้ว พระโพธิสัตว์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ปราสาทบายนมีพระพทุธรูปปางนาคปรกประดิษฐานอยู่ภายใน ซึ่งเป็นปางที่นิยมในประเทศไทยและในประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ปราสาทบายน อังกอร์
ปราสาทบายน อังกอร์
ปราสาทบายน อังกอร์
ปราสาทบายน อังกอร์
ปราสาทบายน อังกอร์
ปราสาทบายน อังกอร์